XI

TAG ศาสตร์

posted on 17 Mar 2009 15:11 by xi14  in XI

จิ๊กมาทำเนื่องจากว่างจัด

Let others know a little more about yourself,

re-post this as your name followed by "ology" 

Xiology... เหมือน zoology เลย 5555

 

FOODOLOGY

น้ำสลัดที่ชอบ : อิตาลีกับเฟรนช์เรด ....เอ๊ะ 

ร้านอาหารแบบนั่งกินในร้านที่ชอบ :  ปกติประหยัดอะ ไม่ค่อยออกไปกินหรอก ฮิ

อาหารอะไรที่คุณจะกินติดต่อกันได้ถึง 2 สัปดาห์โดยไม่เบื่อซะก่อน : ไข่ตุ๋น!! อะไรก็ได้ที่เป็นเต้าหู้ แกงจืดผักหวาน คั่วกลิ้ง แกงเหลือง 5555 เยอะฟร่ะ

หน้าพิซซ่าที่ชอบ? : ฮาวายเอี้ยนนนนน เพราะมันมีสับปะรด

ชอบทาอะไรบนขนมปังที่กิน : เนยเปล่าๆเลยเค่อะ

 

TECHNOLOGY

ที่บ้านมีโทรทัศน์กี่เครื่อง : 1 สิ

โทรศัพท์มือถือที่ใช้สี :  ม่วง ..หึหึ

 

BIOLOGY

ถนัดขวาหรือซ้าย :  ขวา 

มีส่วนไหนของร่างกายที่เคยถูกเอาออกไปรึเปล่า : ขน  ดีที่ตอนนี้ขึ้นกลับมาครบ ไม่แหว่งแล้ว

ของหนักชิ้นล่าสุดที่ยก : โต๊ะที่บ้าน(ยกกะพ่อ+น้อง) หนักมากกกกก

เคยโดนซัดจนสลบมั้ย :  ม่ายย

 

BULLCRAPOLOGY

ถ้าเป็นไปได้ จะอยากรู้วันตายของตัวเองมั้ย : อืมม รู้ก็ดี เพราะมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะ แต่ถ้ารู้แล้วไม่จริงนี่กุจะ ****

ถ้าเปลี่ยนชื่อได้ จะเปลี่ยนเป็นอะไร : ชื่อนี้ก็ดีละ เพศคลุมเครือดี หึ

จะยอมดื่มซอสพริกหมดขวดมั้ย ถ้าจ้าง 4 หมื่น : ถ้าดื่ม 2 ขวดนี่ 8 หมื่นรึเปล่า 

 

DUMBOLOGY

มีรองเท้าแตะกี่คู่ :  2 เน้อ

ครั้งล่าสุดที่มีเรื่องกับตำรวจ : ไม่มีอะ

คนที่คุยด้วยล่าสุด : น้อง

คนที่กอดล่าสุด : เพื่อน

 

FAVORITOLOGY

ฤดูโปรด : ฤดูหนาว เกลียดอากาศร้อนๆจ่ะ

วันหยุดโปรด : คริสต์มาส-ปีใหม่ ชอบบรรยากาศ+อากาศหนาวๆ 55

วันในสัปดาห์ : เสาร์มั้ง

เดือนโปรด : ธันวา-มกรา เลือกไม่ถูก

 

CURRENTOLOGY 

คิดถึงใครอยู่ป่าว : คิดถึง adviser อนาคต = กลุ้มอยู่

นี่อารมณ์ไหน :  อารมณ์กรี๊ด

ฟังเพลงอะไรอยู่ : siren, Susumu Hirasawa คนแต่งไอเพลงเอนทรี่ที่แล้วอะ

ดูอะไรอยู่ : มิมี ดู Ergo Proxy ค้างไว้ชาติกว่า แต่กะลังอยากดู Paprika

กังวลอะไรอยู่ : หัวข้อป.เอก กะ adviser นี่แล

 

RANDOMOLOGY

ที่แรกที่ไปมาเมื่อเช้านี้ : ยังมิได้ออกจากบ้านนิ ถ้าหลังตื่นก็ห้องน้ำมั้ง

หนังเรื่องสุดท้ายที่ดู : อืมมม... มันนานมากแระนะ จำไม่ได้ 5555555

ยิ้มบ่อยมั้ย : น้อยๆมากๆ แล้วแต่อารมณ์ ยิ้มง่ายแต่หัวเราะยากนี่มันแบบไหนนะ

 

QUESTION-OLOGY

1) รับโทรศัพท์ทุกครั้งรึเปล่า : ถ้าได้ยินก็รับ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ยิน 555

2) ถ้าตอนตี 4 มีคนส่งเมสเสจมา คิดว่าเป็นใคร : กิ๊ก  ถึงจะรู้ว่าถึงเป็นแกก็คงไม่ส่งตอนนั้น 555

3) ถ้าเปลี่ยนสีตาได้ อยากได้สีอะไร : ฟ้าๆเขียวๆล่ะมั้ง หน้าตาจะได้ดุน้อยลงหน่อย หึ

4) เคยเลี้ยงปลามั้ย : เคย ปลาหางนกยูง กินสาหร่ายเป็นอาหาร อยู่ในระบบนิเวศที่เราไม่ต้องเข้าไปยุ่ง 55555

โชว์ซะนิด... ทุกอย่างในนี้ยกเว้นบัวกะปลาขึ้นเองหมดนะเคอะ

5) เพลงคริสต์มาสที่ชอบ : อืมม ถ้ามาถามตอนม.4 ม.5 ล่ะตอบได้แน่ 555

6) วันเกิดอยากได้อะไร : พุลลิปซักตัว หึหึ

7) วิดพื้นได้มั้ย : ได้แต่ขุดอะเค่อะ 

8) ยกตัวได้มั้ย : ไม่ได้แน่นอน

9) กังวลหรือตื่นเต้นกับอนาคต : บ่อยเลยล่ะ 555

10) มีข้อความที่เก็บไว้รึเปล่า : เก็บไว้หมดถ้าเมมไม่เต็มนะ  

11) เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์รึเปล่า : ไม่อะ แต่ทางรถจักรยานนี่มีเยอะ 5555

12) มีสำเนียงในการพูดมั้ย : นิ ล่ะมั้ง ชอบโดนเข้าใจผิดว่ามาจากสำเนียงใต้ -*- กุพูดเพราะอยากพูดเฟร้ยยย

13) เพลงล่าสุดที่ฟังแล้วร้องให้ : ano basho made ของทากะซัง

ตอนจบม.6อะ เพลงไม่เท่าไหร่ ไม่สิ ฟังเฉยๆคงไม่ร้องไห้ เเต่ความหมายเนี่ยสิ 55 ...พอ a Thursday full of tears ก็เริ่มๆ (ปัจฉิม ม.6 วันพฤหัสพอดี) ...พอ Before I knew it, these three years have passed... and I haven't been able to express this feeling -- "thank you" นี่ต่อมน้ำตาแตกอย่างแรง 55

14) มีแผนอะไรคืนนี้มั้ย : อ่านญี่ปุ่น.. เรียนครึ่งโดดครึ่งแล้วยังจะไม่อ่านหนังสืออีก orz

15) เคยรู้สึกเหมือนว่าชีวิตมันย่ำแย่สุดๆ มั้ย : ปี 3 ไง ...กุเรียนอะไรอยู่ ทำไมกุต้องรู้เรื่องพวกนี้ด้วย

16) บอกมา 3 อย่างที่เพิ่งซื้อในสัปดาห์ที่ผ่านมา : เสื้อ การ์ตูน โดจินซูเปอร์แมน-แบทแมน หึหึ

17) เคยมีคนมาให้ดอกกุหลาบรึเปล่า : ม่ายย

18) ตอนนี้กังวลอะไร : เฮ้ย มันซ้ำ!! = =# ตอบเหมือนเดิม

19) ตอนนี้เกลียดอะไร : มด!!!

20) เคยเจอใครที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลยมั้ย : ...ไม่อยากบอกเลยแฮะ... แต่มันคือแกว่ะกิ๊ก 555555 ตั้งแต่อ่าน owl post ของแกน่ะแล

21) เริ่มต้นปีใหม่ยังไง : อ่านหนังสือโต้รุ่ง 

22) เพลงไหนบ่งบอกความเป็นคุณได้ดี : เรื่องแบบนี้มันรู้เองด้วยเรอะ =w=; ไม่รู้สิ แต่ตอนนี้กะลังบ้า Sai ของ Kagrra, อยู่แหละ

แปะซะ เราโคดชอบเสียงกลองตอนแรกเลย


Sai - Kagrra,

23) บอกมาซัก 3 คนที่น่าจะเล่นอันนี้ต่อ : ไม่บอกแล้วกัน ใครอยากทำก็ทำ หึ

24) เมื่อคืนตอนเที่ยงคืนทำอะไรอยู่ : เล่นเนต อ่าน research area

25) สิ่งแรกที่คิดเมื่อตื่นนอน : ขอต่ออีกติ๊ดส์นึง (แล้วก็ต่ออีกชม.)

 

...แล้ว BFII ล่ะเฮ้ยยย ...เด๋วจะเิ่ริ่มลงสีละ 555 

อุกรี๊ด ว่างจากสอบขอกรูบ้าบอหน่อยเหอะน่า 55555
ก่อนอื่นเริ่มด้วยความมีสาระ(อ่าว)... เพราะเราเพิ่งโดนattackด้วยสาระนานาประการเพื่อเด็กมหาลัยจากหลายๆบลอคนะเคอะ
 
คือเอนทรี่นี้เราตั้งใจจะเรียบเรียงว่าเราเรียนอะไรอะ หลังจากที่ตัวเองเองก็งงอยู่นานว่าตกลงกรูเลือกมาทางไหนวะเนี่ย 5555 แล้วก็อยากให้คนที่เพิ่งเข้าหมอปีนี้ได้รู้ว่า... หนทางนี้ก็มีนะเหวย(ว่าแต่น้องพวกนั้นที่เข้ามาอ่านบลอคกรูจะมีหรอฟระ  ยิ่งร้างๆอยู่ ...เอาเหอะ)
 
แปะเพลงก่อน ...อารมณ์ไม่ให้กะเนื้อเรื่องซักกะนิด เอาเป็นว่าไว้แก้เวียนหัวจากเนื้อหาละกันนะเคอะ

Byakkoya_no_musume_Vocaloid_-_Kaito.mp3 - Vocaloid Kaito

โครงการนี้ก็คือ PhD-MD ค่ะ ...พิมพ์ไม่ผิดนะ PhD-MD มิใช่ MD-PhD เน้อ ความต่างของลำดับก่อนหลังก็คือลำดับที่จบนั่นเองนะเคอะ  ถ้าจบตามโครงการนี้จริงๆก็ได้ปริญญา 3 ใบค่ะ ...me//เอาไปทำไรเยอะขนาดนั้น = = *ล้มโต๊ะ*
เวบไซต์โครงการ... ณ ที่นี้คือของม. มหิดล ได้แก่ ศิริราช รามา แล้วก็วชิรพยาบาลนะคะ ของที่อื่นไม่รู้มีรึเปล่า 555


การเรียนก็.. 3 ปีแรกคุณจะหลั่นล้าอยู่กะเพื่อนๆในคณะ ปี 1 ก็เรียนวิทยาศาสตร์ทั่วไปที่ศาลายา ปี2กะ3ก็เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ antomy physiology pathology บลาๆๆ เอาตัวรอดกันไป
พอปี 4 เท่านั้นแหละ เพื่อนๆเริ่มขึ้นวอร์ดกัน เริ่มเอาวิชาที่เรียนไปประยุกต์ แล้วก็ลืมส่วนที่ไม่ใช้ซะให้หมด.. ส่วนเราก็จะยังหลั่นล้า(รึเปล่า) กับวิชาทางวิทย์ต่อไป จะว่าเหมือนพลัดพรากจากเพื่อนมันก็ใช่ แต่เราก็ยังอยู่หอเดียวกับเพื่อนๆได้อยู่นา แล้วก็การขึ้นวอร์ดจริงๆแล้วมันก็ทำให้กลุ่มแตกดีๆนี่เอง  เพราะแต่ละคนจะว่างไม่ตรงกัน เจอกันคุยกันจริงๆก็ตอนเย็นน่ะเเล
 
ปี4 เราจะเก็บหน่วยกิตให้ครบแล้วจะจบตรีวิทยาศาสตร์การแพทย์ค่ะ เพราะว่าถ้าจะขึ้น PhD (ปริญญาเอก) จริงๆ ยังไงก็ต้องจบตรีก่อนนะเอ้อ

ก๊อปมาซะงั้น.. บลอคเบี้ยวอีก orz
(ฮอตลิ้งค์เลยด้วย กร๊ากกกก เลว 5555)

ไอ้ลูกศร BSc นั่นแล เทอมแรกก็เก็บหน่วยกิต เทอมหลังก็ Senior Project ...จบปี4 ได้มา 1 ใบปริญญา

หลังจากนั้นก็สมัครปริญญาเอกเลย โทไม่ต้องผ่าน ....ทำไมอะ... ไม่รู้เหมือนกัน 55555 แต่ยังไงก็ต้องสอบผ่าน qualification test ช่วงที่เรียนเอกอยู่นั่นล่ะนะ
ช่วงปริญญาเอกนี่เราไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ เพราะยังไม่ได้เรียน อยากรู้นี่เลย คนละสายแต่ก็ใช้แทนกันได้ล่ะน่า
พอจบเอก ...ซึ่งใช้กี่ปีก็ไม่รู้ ปกติก็ 5 ...ผิดปกติ(เก่งเกิน)ก็ 3 <-- ทำได้ไงฟระ -*- ...แบบเรื่อยๆก็ 8 = maximum ...ก็จะได้ปริญญามาอีกใบ

ทีนี้ก็จะถึงทางเลือกอะเกนนน ว่าจะต่อหมอรึไม่ต่อ ไม่ต่อก็ลาออกซร้าา มีปริญญา 2 ใบแล้วนิ.. ต่อก็มาขึ้นวอร์ดกับรุ่นน้องที่สังกัดเดิมเลย เรียนอีกแค่ 3 ปีเท่านั้นคุณก็จะได้ M.D. มาอีกใบ ...แต่เหมือนจะเป็น 3 ปีอันหนักหนาสาหัสอยู่นะ 555
 
ขึ้นวอร์ดกับรุ่นน้อง --> แล้วรุ่นน้องจะมองเรายังไงล่ะ... ปีเรานี่ก็มีพี่ PhD-MD มาเรียนกะเพื่อนๆเราถึง 3 คนนะคะ เรื่องแก่นี่คงช่วยไม่ได้ กร๊ากกก แต่จากที่ถามดูเพื่อนๆดูจะตั้งความหวังกับพี่ๆไว้สูงซะเหลือเกิน.. แบบว่า จบเอกมาได้นี่วอร์ดชิวๆอยู่แล้ว รึ ความรู้คงจะเยอะสินะ บลาๆ... orz เพื่อนๆคะ พี่เค้าห่างหายจากความเป็นหมอไป 5 ปี ยังไงๆก็รู้สู้คนเพิ่งเรียนไม่ได้หรอกเน้อ
แต่ก็นะ น้องไม่กัดหรอก ทำความรู้จักกันไปเด๋วก็สนิทเองจ้ะ ยังไงก็ต้องอยู่วอร์ดด้วยกันขึ้นเวรด้วยกันอยู่เเล้วนิ <--อันนี้ผู้มีประสบการณ์ที่ศิริราชบอกมาจ้ะ

หลังจากผ่าน 3 ปีมาได้เราก็ได้ปริญญา 3 ใบแล้วสินะ!! เอาไปทำไรต่อดี ...ข้อดีของโครงการนี้ก็คือ... เค้าจะสร้างคุณให้เป็นหมอวิจัย!! คืออะไร (เราแปล)ก็แปลว่าหมอที่มีพื้นฐานความคิดแบบนักวิทยาศาสตร์อะสิ หรือว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ของหมอก็ได้นะ 5555
ที่ชื่อโครงการมันบอกว่าโครงการผลิตอาจารย์แพทย์ก็เพราะอาจารย์แพทย์ส่วนใหญ่ก็ต้องวิจัยไง แต่เค้าก็ไม่ได้รับประกันการรับเข้าเป็นอาจารย์หรืออะไรนะ ก็แค่ออกทุนให้เรียนปริญญาเอกที่มหิดลแบบฟรีๆ + ทุนไปดูงานตปท.ได้ 6 เดือน + เงินเดือน 5000 ทุกเดือน... ทั้งหมดนี่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆนะจ๊ะ โอ้วว้าว ...ประมาณว่าจบแล้วจะทำอะไรก็ไปเหอะ 5555


สรุปข้อดีข้อเสีย... (พิมพ์มานี่รู้สึกกรูโคดปลูกผักบุ้งลอยโหรงเหรงเลยฟร่ะ 5555)
 
ข้อดี
- มันฟรี... มีเงินเดือนด้วย (เอาไว้ข้อแรกเลย 5555 ส่อสันดานมากๆ )
- ได้ปริญญาเอกโดยไม่ต้องผ่านโท = ประหยัดเวลา แล้วถ้าเกิดจบแล้วมหาลัยรับเข้าทำงานเป็นอาจารย์ (จะอาจารย์คณะวิทย์รึของรพ.ก็ได้น่ะ) ก็อาจสามารถนับเวลาที่ทำงานเป็นอ.เป็นเวลาใช้ทุนได้ ตอนใช้ทุนหลังเรียนจบก็ไม่ต้องยาวนานเหมือนชาวบ้านเขา  = ประหยัดเวลาไปอีกกระติ๊ดนึง อืมมม
- ได้ฝึกวิธีคิดแบบนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น แบบว่ากว่าจะจบนี่คงฝังเข้ากระแสเลือด
- จบมาหางานง่ายกว่า...มั้ง ก็มันเรียน PhD มาครบแล้วนิ ก็ไม่ต้องส่งเสียต่อมากมายนัก...มั้ง (5555 ก็ไม่ใช่ผู้บริหารนิ) แต่รู้แน่ๆว่า จะสมัครเป็นหมอก็มีปริญญา PhD ไว้หนุน จะสมัครเป็นอ. ก็มี MD หนุนล่ะน่า ห้าห้าห้า

ข้อเสีย
- แก่ กว่าจะจบนี่ 30 ถามหานะคะ
- พลัดพรากจากเพื่อนพ้องที่จะจบไปก่อนเราถึง 5 ปีด้วยกัน ถึงตอนนั้นคงแอบเฟล 55555
- ประสบการณ์ในความเป็นหมอจะน้อยกว่า..มั้งนะ แล้วแต่คนอะ แต่สำหรับเรานี่..ที่..เอ่อ แอนตี้ความเป็นหมอ แต่มิได้เกลียดหมอนะเคอะ อะนะ เราไม่ค่อยสนส่วนนี้เท่าไหร่แฮะ 55555
ก็แล้วแต่ใครจะให้ความสำคัญตรงไหนมากกว่าละกันนะ เราว่ามันดีกะเสียพอๆกันอะจ้ะ แต่ถ้าใครคิดจะต่อ PhD อยู่แล้วก็แนะนำนะเคอะ


จบแล้ววววว โอย เวียนหัว นานๆทีจะพยายามทำตัวพูดรู้เรื่อง... ไม่รู้จะประสบความสำเร็จมั้ยนิ ผู้ใดสนใจ จะถามก็ได้นะคะ เราอยากให้มีคนเรียนเยอะๆแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะยอมจากเพื่อน/ยอมจบช้า 5 ปีสักเท่าไหร่ orz

 
ว่าจะTAGศาสตร์ต่อ.... ไม่ไหวละเหนื่อย 5555 รอบหน้าละกัน อุฮิ ..ช่วงนี้ว๊างว่าง