กรี๊ดดดด เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะคุณ Gakupo แท้ๆเชียววว

Gakupo?? >>

ไม่ช่ายยย นี่ตะหาก >>

คุณ Gakupo ของเราที่ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะให้ชื่อนี้ซักกะนิด แต่เรียกจนติดปากแล้วเพราะความแรดของลายหลังจอ 5555

คุณ Gakupo นั้นหลงรักแม่คุณหนู Vista ที่แสนจะเอาแต่ใจ โดยไม่ชายตาแลสาวมีอายุอย่าง XP แม้แต่นิดเดียว (ลง XP แล้วสลับการ์ดจอไม่ได้อ่ะ ) (โลลิเหรอยะ ชิชะ) ก่อเกิดปัญหาให้กับผู้ใช้งานอย่างกรูเป็นที่ยิ่งนะคะ

เริ่มจากการหาไดรเวอร์ใหม่ Tablet ก็เกือบจะใช้ไม่ได้ ลงไดรเวอร์ไปตั้ง 3-4 รอบกว่าจะโอเค ...นี่นายก็คงทนคุณหนู vista ไม่ได้เหมือนชั้นใช่มะ Tablet คุง

ตามด้วย Opencanvas ที่เจ๊งตามกันมาติดๆ ...ก่อนหน้านี้แม้ลุ่มๆดอนๆบ้างเป็นบางครั้ง บางทีเธอก็แฮงค์ก่งก๊งเนื่องจากสั่งงานเธอมากเกินไป แต่เธอก็ยังทำงาน(ให้กรู)ได้ แต่ตอนนี้เธอไปแล้ววว ฮือออ ไม่ว่าจะทำไงเธอก็ไม่เซฟซะงั้น.. เอาออกลงใหม่ก็เซฟไม่ได้ เป็นอันสิ้นสุดกันที กร๊าซซซซซซซซซซ uninstall..

หลังจากนั้นเราเลยต้องหาโปรแกรมลงสีใหม่ (เพราะยังไงเราก็ไม่สามารถพอจะใช้ฉ็อปลงสีได้ ) Sai ก็เลยกลายเป็นเพื่อนใหม่ของคุณ Gakupo โดยปริยาย...

หลังจากลองแล้ว โอ้วว มันดีจริงว่ะจอร์จ ตอนแรกที่อยากจะรักเดียวใจเดียวกับ Opencanvas นี่ถึงกับคิดใหม่เลยทีเดียว

แปะ.. เป็น sketch เมื่อครั้งอดีตที่เอามาลงสีใหม่ ได้ลงสีผมแบบที่เคยอยากลองมานานแต่ไม่เคยทำได้ใน OC ด้วยแหละ หึหึ อาเธอร์ซึนได้อีก อยากวาดน้ำตาท่านอาเธอร์ยิ่งนัก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ 55555

>> จิ้มรูปใหญ่ <<

เทียบกันแล้วเราว่ามันดีคนละอย่างอะ

ถ้านับเรื่องการลงสี เรายังชอบ OC มากกว่านะ รู้สึกสีมันกลืนดี ลงซ้ำๆก็ยังไม่เห็นรอยบรัชมากนัก แต่รู้สึกเธอจะแฮงค์บ่อยเหลือเกิน... ขนาด XP คอมใหญ่เรายังเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ต้องคอยเซฟตลอด

ส่วน Sai เนี่ย รู้สึกมันตอบสนองปากกาเราดีกว่าแหละ ไม่มีอาการติดขัดเวลาลากเร็วๆ แฮงค์ก็น้อยแทบไม่เจอ ตัดเส้นก็คมสวย แถมยังเพิ่มน้ำหนักเส้นหลังตัดไปแล้วได้อีก ถ้าใช้คล่องๆนี่ตัดเส้นในคอมคงเป็นเรื่องง่ายไปเลย 555 แต่ brush ของ Sai ยังไม่กลืนถูกใจเราแฮะ รู้สึกขอบมันคมเกิน ปาดทีเห็นเป็นเส้นเลย ต้องมานั่งใช้ Water ปาดให้กลืนๆ ..ถ้าลงสีน้อยๆอะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเยอะๆก็ตายอยู่นะ

ตอนนี้ก็คงต้องพยายามใช้ Sai ให้คล่องขึ้นแหละ เป็นตัวเลือกเดียวที่เหลือแล้วนิ... อาววะ

_________________________________________________________

 

Update ข้อมูลนิด...

1. ตอนนี้เราเข้าโครงการเต็มตัวแล้วจ้า เพื่อนๆก็จะจบวอร์ดแรกกันแล้ว เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วล่ะเนอะ หึหึ

2. เรียน biochem นี่มันสนุกกว่า pathology จริงๆเถอะ ให้ตายสิ

3. แล้วเราก็กำลังจะลงเรียนวิชาฟิสิกส์ กะเลข ของป.ตรี ปี2 ภาคฟิสิกส์ เป็นภาคต่อของฟิสิกส์ปี 1 ของเราเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ..อ่านทวนกันหัวบานไปเลย..

4. มีแต่คนว่ากรูบ้า แต่เอาเหอะ ไหนๆจะอิสระทั้งที ขอลองซักตั้งว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน...

5. ตอนนี้กะลังมีความสุขแหละ อุฮิ >w<

6. อร๊ายยยย กรูมันบ้า 5555

นี่คือลุง Susumu Hirasawa

มีแต่รูปดำๆ ห้าห้าห้า

เพลงลุงช่างสุดยอดฮ่ะ ชอบบบ 



Probability Hill - Susumu Hirasawa


เราชอบเพลงประมาณนี้มากๆ(..เสียงคนร้องเหมือนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นนึง แล้วก็ออกแฟนตาซีนิดนึงมั้ง) แต่ปกติจะหายาก? ไม่ก็เป็นป๊อบฝรั่งเก่าๆหน่อย ..แต่อารมณ์มันไม่ได้แบบลุงอ้ะ 
 
 ลุงอายุ 55 แล้ว ลุงร้องฟังไม่รู้เรื่อง เนื้อเพลงของลุงในเนตก็น้อย คำแปลยิ่งสาบสูญ บิตหายากส์(เจอ 1 อัน..) แต่อย่าดูถูกลุงนะ!! ลุงทำOSTของอนิเมหลายเรื่องมากๆ (ส่วนใหญ่เราไม่รู้จักหรอก เก่าขนาดนั้น.. ที่รู้จักก็มี Berserk กะ Paprika นี่แหละ 5555)

 
 
 
หลังจากตามข้อมูลเล็กน้อยในวิกิ..
A constant source of inspiration for his music has come from Thailand. In fact, the concept behind his 1995 album Sim City was drawn from his experiences travelling there, and more specifically, from Thai transsexuals. Guest Thai vocalists appear throughout that and proceeding albums, including 1996's Siren, which was also a concept album based on Thailand. As for his lyrical inspiration, Hirasawa references the philosophies of yin and yang, his travels and the principles of nature vs. machines.
^
ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ!!
 
 
 
ยืนยันความไทยแล๊นด์ไทยแลนด์ด้วยปก sim city...
=w=
 
มิน่า..ถึงมีภาษาไทยโผล่มาหลอนอยู่บ่อยครั้ง คนญี่ปุ่นฟังคงเพราะ แต่คนไทยฟังแล้วมันหลอนค่ะลุง 

ภูมิใจนำเสนอเพลงนี้มากๆ กดฟัง!! กดซะ นี่เป็นคำสั่ง >[]<



06 SEH LE MAD.mp3 - Susumu Hirasawa

คุ้นๆมั้ย 5555 เราพยายามฟังแทบตายว่าลุงร้องท่อนที่ไม่ใช่ท่อนฮุคว่าอะไร ตอนเด็กเราก็ไม่ตั้งใจเรียน จำเนื้อจริงๆไม่ได้แล้ว ใครฟังออกมั่ง...
...เชื่อแล้วว่าลุงชอบเมืองไทยจริงๆ 5555 (ไม่รู้ตอนนี้จะยังชอบอยู่รึเปล่าน้า )
 
 
 
 
 กรีดร้องพอประมาณ ว่าแล้วก็แจกเพลง... >>จิ้ม<< ...แจกจริงๆ เอาไปเป็น discography เลย 55555
อัลบั้มที่เราชอบส่วนใหญ่ก็หลังๆอะนะ Byakkoya, Switched-on Lotus, Aurora รองมาก็ Siren, Kyosai no gihou, Kenja no propeller มั้ง ...จะหมดแระ 
ถ้าเนตอืดแนะนำ 3 อันแรกจ้ะ.. ที่สำคัญไอ้มงแซะมงนี่อยู่ใน Switched-on Lotus ล่ะ 5555
 
 
 
ปล1. เพลงบนสุดดูชื่อเพลงแล้วกรูโคตรอยากรู้ความหมายเลยโว้ยค่ะ TwT ฮือออ แค่เนื้อเพลงยังไม่มีให้เรย
เออใช่ ถ้าเป็น เพลง Byakkora สามารถ search เนื้อเพลงกับคำแปลได้ในยูทูปนะจ๊ะ อ้ะ ลงไว้ไม่เสียหาย...
 
 
 ปล2. เราฟังเพลงของลุงตอนกะลังทดลอง review litherature ล่ะ (แปลเป็นไทยว่าไงฟระ ) สำหรับเราที่ถ้าไม่มีเพลงติดหูแล้วจะอ่านหนังสือไม่ได้ถือว่าเป็น playlist ที่ทำให้มีสมาธิได้มากที่สุดอันนึงเลยนะ
 
 ปล3. ฟังเพลงลุงตอนกะลังร้อนๆช่วยให้รู้สึกเย็นลงได้!!(จริงๆนะ..แต่ก็ไม่ใช่ว่าตากแดดอยู่นะ=w=) ฟังเพลงลุงตอนกะลังฮึ่มฮั่มกับท่านมารดาก็ช่วยให้อารมณ์เย็นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ...  โอ้ว้าวว ช่างเป็นไปได้ (อันนี้สงสัยจะเป็นเฉพาะเรา 5555)
 
 ปล4. ฟังเพลงลุงในรถเมล์ทำให้หลับ..
 
 ปล5. แต่ฟังมากๆรู้สึกประสิทธิผลทางยาจะลดลง คาดว่าน่าจะเกิดจากการดื้อยา ควรแก้ไขด้วยการเปิดดังขึ้น ไม่ก็เปลี่ยน playlist นะคะ 
 
 ปล6. คาดว่าลุงคงชอบประเทศไทยมากกว่าคนไทย...อืม ที่แน่ๆคงจะมากกว่าเรา   



03 SIAM LIGHTS(REMIX).mp3 - Susumu Hirasawa 

...ลุงมองประเทศไทยแบบไหนกันนะ ทำไม Siam Light ของลุงถึงได้ฟังแล้วรู้สึกสงบเยี่ยงนี้  หรือว่าประเทศไทยตอนนี้ตะหากที่เป็นอะไรไปแล้ว